ทางรถไฟแห่งหุบเขาคุโรเบะ
ทางรถไฟที่สามารถขึ้นรถไฟ Torokko ท่องเที่ยวธรรมชาติอันสวยงามด้วยเวลา 1 ชั่วโมง 20 นาทีใน 1เที่ยว ชื่นชมกับฤดูกาลต่างๆ ทั้งความเขียวชอุ่มของฤดูใบไม้ผลิ
สายน้ำอันใสสะอาดของฤดูร้อน และใบไม้เปลี่ยนสีของฤดูใบไม้ร่วง
ลอดอุโมงค์และข้ามสะพานมากมาย
ผ่านเส้นทางท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงามซึ่งระหว่างทางมีสถานที่มากมายทั้งสะพานอะโตะบิคิ
(Atobiki) ที่มีความสูง 60 เมตรทอดข้ามผ่านแม่น้ำคุโรนางิ (Kuronagi-Gawa) บ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้งคาเน็ซซึริ (Kanetsuri) และคินชูคัง
(Kinshukan) ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นสถานที่ที่มีความสวยงามในเรื่องใบไม้เปลี่ยนสี
นอกจากนี้ ระหว่างสถานีคาเน็ซซึริ (Kanetsuri) กับสถานีเคยาคิไดระ
(Keyakidaira) มีร้านอาหารและร้านจำหน่ายของที่ระลึก
สามารถแวะพักผ่อนและรับประทานอาหารได้อีกด้วย
มาเพลิดเพลินกับธรรมชาติอันสวยงามที่หุบเขาคุโรเบะใน 1 วันกันเถอะครับ
หุบเขาคุโรเบะ Kurobe Gorge ตั้งอยู่ใจกลางตอนบนของแม่น้ำคุโรเบะ
ในจังหวัดโทยามะ ด้วยความสวยงามจึงได้รับการคัดเลือกให้เป็น ภูเขาที่สวยติด 1 ใน3
หุบเขาที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น อันประกอบด้วย หุบเขา Kiyotsu gorge ในนิอิกาตะ และหุบเขา Osugitani ใน มิเอะ หุบเขาคุโรเบะ
มีรูปร่างเป็นรูปตัววี และเป็นหุบเขาที่ลึกที่สุดอีกแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ระหว่างเทือกเขา Tateyama และเทือกเขา Rear
Tateyama ในโทะยะมะ ซึ่งยอดเขาสูงจากระดับน้ำทะเล ประมาณ1500 ถึง 2000 เมตร เนื่องจากหุบเขาดังกล่าวมีความชันค่อนข้างมาก
ดังนั้นจึงมีการห้ามไม่ให้คนเข้าไปสำรวจเป็นเวลานาน
แต่หลังจากที่มีการสร้างทางรถไฟ Kurobe gorge Railroad ตั้งแต่ช่วงต้นของสมัยโชวะ
(1926-) ผู้คนก็สามารถเดินทางไปยังส่วนที่ลึกที่สุดของหุบเขาแห่งนี้ได้
ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง
ป่าดึกดำบรรพ์ที่ปกคลุมหุบเขาดังกล่าวจะเปลี่ยนสีและทำให้สีตัดกับสีน้ำเงินของแม่น้ำคุโรเบะ
และสีของใบไม้ก็ทำให้เกิดทัศนียภาพที่สวยงาม
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการเดินทางมาชมใบไม้เปลี่ยนสีที่หุบเขาคุโรเบะคือช่วงกลางเดือนตุลาคม-กลางเดือนพฤศจิกายน
ใบม้จะเริ่มผลัดเปลี่ยนเป็นสีแดงและพีคที่สุดเมื่อเริ่มเข้าเดือนพ.ย.
และจะช่วยให้การเดินทางชมใบไม้แดงสมบูรณ์ที่สุดก็คงพลาดไม่ได้กับ รถไฟสาย Kurobe Gorge Railway ที่วิ่งจากสถานี Unazuki เส้นทางรถไฟสายนี้ในอดีตเคยใช้เป็นทางขนส่งอุปกรณ์ในการก่อสร้างโดยใช้พลังงานไฟฟ้าแต่ปัจจุบันใช้เป็นเส้นทางรถไฟสำหรับนักท่องเที่ยว
เส้นทางรถไฟ Kurobe Gorge Railway แบ่งออกเป็นหลายส่วน
ไฮไลท์จะอยู่ที่บริเวณรอบ Unazuki-onsen สะพานที่พาดเชื่อมต่อระหว่างหุบเขาวางอยู่เป็นเส้นขนานกับทางรถไฟ Yamabiko ที่เราจะสามารถมองเห็นรถไฟขณะกำลังข้ามสะพาน
สะพาน Shin-Yamabiko คือแลนมาร์คแห่งแรกที่เราจะได้ข้ามผ่านหลังเดินทางออกจากสถานี Unazuki สะพานแห่งนี้มีระยะทาง 166 เมตรซึ่งเป็นสะพานที่ยาวที่สุดตลอดเส้นทาง
จุดที่แนะนำสำหรับถ่ายรูปคือที่ หอชมวิว Yamabiko
Observation Deck เดินมาได้จากสถานี Unazuki เพียง
3 นาที ภาพที่เห็นอยู่เบื้องหน้าคือทิวเขาที่สลับสีสันอย่างสวยงามตัดกับสาบน้ำสีน้ำเงินและสะพานสีแดง
สะพาน Atobiki ห่างจากสถานี Kuronagi ไม่ไกล ก็จะเดินทางถึงสะพานที่สูงที่สุดตลอดเส้นทาง มีความสูง 60 เมตร สามารถถ่ายภาพของสะพานได้จากชานชาลาของสถานี
Kuronagi ภาพตรงเบื้องหน้าของคุณคือกำแพงใบไม้หลากสีที่จะปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณ
ความพิเศษในความสวยงามของหุบเขาที่สะท้อนบนผิวทะเลสาบสีเขียวมรกต
ที่ต้นสายของทะเลสาบจะมีการขึงสะพานแขวนสำหรับให้ลิงไต่ไว้
บางครั้งบางคราวท่านอาจจะเพลินเพลินกับการชมลิงญี่ปุ่นและกวางภูเขาที่เดินผ่านมาให้เห็นก็ได้
Babadani-onsen
เป็นปลายทางของเส้นทางรถไฟสาย Kurobe Gorge เส้นทางน้ำพุร้อนแห่งนี้ตั้งอยู่บนแนวเดียวกับภูเขาสามารถเดินชมใบไม้เปลี่ยนสีได้ใช้เวลา
50 นาทีตลอดระยะทางจากสถานี Keyakidaira มีที่พักค้างคืนให้บริการบนเขา เป็นห้องแบบรวมและระบบไฟฟ้าเปิดปิดตามเวลาที่กำหนด
แต่คุณจะได้ประสบการ์ณในการชมใบไม้แดงที่ไม่เหมือนใครอีกต่อไป
แหล่งท่องเที่ยวหลักของหุบเขาแห่งนี้คือการนั่งรถไฟชมวิวสายหุบเขาคุโรเบะ(Kurobe Gorge Railway) ซึ่งเดิมสร้างขึ้นเพื่อต่อเติมโครงสร้างของเขื่อนคุโรเบะ(Kurobe
Dam) ปัจจุบันได้เปิดให้นักท่องเที่ยวได้ใช้บริการ
เส้นทางรถไฟแห่งนี้คดเคี้ยวและยาวถึง 20 กิโลเมตร
วิ่งระหว่างสถานี Unazuki Station กับ Keyakidaira
Station ใช้เวลาเดินทาง 80 นาที
เดินทางผ่านสะพาน 20 แห่ง และลอดอุโมงค์อีกกว่า 40 อุโมงค์ นักท่องเที่ยวจะได้ชมทัศนียภาพอันงดงามของหุบเขาเบื้องล่าง
นอกจากนี้รถไฟจะจอดตามสถานีต่างๆระหว่างทาง
ซึ่งสามารถแวะเยี่ยมชมและสำรวจได้ในแต่ละสถานีอีกด้วย
รถไฟขบวนนี้ให้บริการตั้งแต่กลางเดือนเมษายน – เดือนพฤศจิกายน
และจะเป็นที่นิยมมากที่สุดในฤดูใบไม้ร่วง(กลางเดือนตุลาคม-กลางเดือนพฤศจิกายน)เมื่อต้นไม้ตามทางลาดหุบเขาเลียบริมทางรถไฟต่างเปลี่ยนเป็นสีส้มสดใส
สีเหลือง และสีแดงสลับกันอย่างสวยงาม มุมมองที่ดีที่สุดในการชมทัศนียภาพของหุบเขา
คือ ที่นั่งทางด้านขวาของรถไฟ เมื่อเดินทางมุ่งหน้าเข้าสู่หุบเขาถ้า
ใครชอบนั่งรถไฟ เพื่อชมความงดงาม เราสามารถ นั่งรถไฟสายนี้ชมความงามได้ตลอดเส้นทาง
หมายเหตุ : หุบเขาคุโรเบะเป็นคนละเส้นทางกับเจแปนแอลป์ ทาเทยาม่า
คุโรเบะ อัลไพน์ (Tateyama Kurobe Alpine Route)
ค่าเข้าชม : รถไฟสายหุบเขาคุโรเบะ(Kurobe Gorge Railway) 1,710
เยน(เที่ยวเดียวไปยัง Keyakidaira)
หากต้องการเลือกที่นั่งพิเศษ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก 370-530 เยน
เวลาเปิด-ปิด: 8:00-16:30(รถไฟเที่ยวสุดท้ายออกเวลา 15:40)
วันปิดทำการ: เดือนธันวาคม-กลางเดือนเมษายน
หากต้องการเลือกที่นั่งพิเศษ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก 370-530 เยน
เวลาเปิด-ปิด: 8:00-16:30(รถไฟเที่ยวสุดท้ายออกเวลา 15:40)
วันปิดทำการ: เดือนธันวาคม-กลางเดือนเมษายน








